ชายผู้ไร้ประเทศ บทที่ 5

(หมายเหตุ: การแปลเรื่อง A Man Without A Country ของ Kurt Vonnegut ที่นี่ เป็นการแปลเพื่อแบ่งปันกันอ่านโดยไม่ได้ขอลิขสิทธิ์และไม่มีจุดประสงค์ทาง ธุรกิจ ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หากสืบพบการกระทำอันไม่ควร ปราบดา หยุ่นไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น)
ชายผู้ไร้ประเทศ โดย เคิร์ท วอนเนกัต (1922-2007)

เอาละ เรามาสนุกกันเถอะ มาคุยเรื่องเซ็กซ์ คุยเรื่องผู้หญิงกันดีกว่า ฟรอยด์ (Sigmund Freud) บอกว่าเขาไม่รู้ว่าผู้หญิงต้องการอะไร ผมรู้ว่าผู้หญิงต้องการอะไร: ผู้หญิงต้องการผู้คนจำนวนมหาศาลไว้เป็นเพื่อนคุย พวกเธออยากคุยเรื่องอะไรน่ะหรือ พวกเธออยากคุยทุกเรื่อง
แล้วผู้ชายล่ะต้องการอะไร ผู้ชายต้องการมีเพื่อนฝูงเยอะๆ และพวกเขาหวังว่าจะไม่มีใครโกรธเคืองอะไรพวกเขานัก
เหตุใดเดี๋ยวนี้คนจำนวนมากจึงหย่าร้างกันน่ะหรือ ก็เพราะว่าพวกเราไม่ค่อยมีครอบครัวใหญ่ๆกันอีกต่อไปแล้ว ในอดีต เมื่อผู้ชายกับผู้หญิงแต่งงานกัน แปลว่าเจ้าสาวก็ได้เพื่อนคุยเพิ่มขึ้นอีกบานตะไท ส่วนเจ้าบ่าวก็ได้พรรคพวกสำหรับเล่าโจ๊กโง่ๆให้ฟังเพิ่มขึ้นด้วย
ยังมีชาวอเมริกันบางคน แต่ในปริมาณน้อยมาก ที่มีครอบครัวใหญ่ เช่น ตระกูลนาวาโฮส์ (Navahos) ตระกูลเคนเนดี้ (Kennedys)
แต่สำหรับพวกเราส่วนใหญ่ ถ้าเราแต่งงานกันในปัจจุบันนี้ เราก็เป็นแค่หนึ่งคนที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตของอีกคนหนึ่ง เจ้าบ่าวได้เพื่อนเพิ่มขึ้นหนึ่งคน แต่เป็นผู้หญิง ฝ่ายหญิงก็ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นหนึ่งคนไว้คุยเกี่ยวกับทุกอย่าง แต่เป็นผู้ชาย
เมื่อคู่สมรสทะเลาะวิวาทกันในปัจจุบัน พวกเขาอาจคิดว่ามันเป็นการทะเลาะเกี่ยวกับเงินทอง เรื่องของอำนาจ เรื่องเซ็กซ์ [...]

ชายผู้ไร้ประเทศ บทที่ 4

 
 
 

(หมายเหตุ: การแปลเรื่อง A Man Without A Country ของ Kurt Vonnegut ที่นี่ เป็นการแปลเพื่อแบ่งปันกันอ่านโดยไม่ได้ขอลิขสิทธิ์และไม่มีจุดประสงค์ทาง ธุรกิจ ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หากสืบพบการกระทำอันไม่ควร ปราบดา หยุ่นไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น)
ชายผู้ไร้ประเทศ โดย เคิร์ท วอนเนกัต (1922 - 2007)

ผมมีข่าวบางอย่างจะบอกกับพวกคุณ

เปล่า ผมไม่ได้จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แม้ผมจะรู้ว่าประโยคที่สมบูรณ์ต้องมีทั้งประธานและคำกิริยาก็ตาม (ตรงนี้วอนเนกัตแซวบุช)

และผมไม่ได้กำลังจะสารภาพว่าผมหลับนอนกับเด็กเล็ก ผมบอกได้แต่ว่า: ภรรยาของผมคือคนที่แก่ที่สุดเท่าที่ผมเคยนอนด้วย

ข่าวที่ว่าก็คือ: ผมกำลังจะฟ้องบริษัท Brown & Williamson Tobacco Company ผู้ผลิตบุหรี่ยี่ห้อ Pall Mall เป็นเงินค่าเสียหายหนึ่งพันล้านเหรียญ! ตั้งแต่ผมอายุสิบสองขวบ ผมไม่เคยสูบอะไรติดต่อกันแบบไม่ขาดมือนอกจากบุหรี่ Pall Mall ชนิดไม่ใส่ก้นกรอง และหลายปีมาแล้วที่บริษัท Brown & Williamson สัญญาไว้บนซองบุหรี่ว่าบุหรี่ของพวกเขาจะฆ่าผม

แต่บัดนี้ผมปาเข้าไปแปดสิบสอง [...]

ชายผู้ไร้ประเทศ บทที่ 3

(หมายเหตุ: การแปลเรื่อง A Man Without A Country ของ Kurt Vonnegut ที่นี่ เป็นการแปลเพื่อแบ่งปันกันอ่านโดยไม่ได้ขอลิขสิทธิ์และไม่มีจุดประสงค์ทาง ธุรกิจ ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หากสืบพบการกระทำอันไม่ควร ปราบดา หยุ่นไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น)
ชายผู้ไร้ประเทศ โดย เคิร์ท วอนเนกัต (1922-2007)

นี่คือบทเรียนเกี่ยวกับการเขียนหนังสือแบบสร้างสรรค์

กฏข้อแรก: อย่าใช้เครื่องหมายเซมิโคลอน ( มันคือกระเทยสองเพศและไม่มีความหมายอะไรแม้แต่น้อย คุณสมบัติเดียวที่มันมีคือแสดงว่าคุณจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย

ผมตระหนักดีว่าพวกคุณบางคนอาจมีปัญหาในการตัดสินว่าผมกำลังพูดเล่นอยู่หรือเปล่า ดังนั้น ตั้งแต่นี้ไปผมจะบอกคุณว่าตอนไหนผมล้อเล่น

ตัวอย่างเช่น จงไปสมัครเป็นทหารกองหนุนรักษาดินแดนหรือเป็นทหารเรือแล้วสอนเกี่ยวกับประชาธิปไตย ผมล้อเล่น

พวกเรากำลังจะโดนกลุ่มอัลกออิดะห์โจมตี ถ้าคุณมีธงชาติจงยกธงขึ้นโบกไปมา ดูเหมือนนั่นจะเป็นสิ่งที่ขู่ไล่พวกเขาได้เสมอ ผมล้อเล่น

ถ้าคุณต้องการทำร้ายความรู้สึกผู้ปกครองของคุณ และคุณไม่ใจกล้าพอที่จะเป็นเกย์ อย่างน้อยที่สุดที่คุณทำได้คือสนใจในศิลปะ ผมไม่ได้พูดเล่น ศิลปะไม่ใช่วิถีทางของการทำมาหาเลี้ยงชีพ หากแต่เป็นหนทางของมนุษย์ในการทำให้ชีวิตน่าอยู่ขึ้น การทำงานศิลปะสักอย่าง ไม่ว่าจะทำได้ดีหรือทำได้แย่ขนาดไหน คือวิธีทำให้จิตวิญญาณของคุณเจริญเติบโต ร้องเพลงขณะอาบน้ำ เต้นรำไปกับเพลงจากวิทยุ เล่านิทาน เขียนบทกวีถึงเพื่อน แม้กระทั่งบทกวีห่วยๆก็เขียนไปเถิด [...]

ชายผู้ไร้ประเทศ ไร้ลมหายใจแล้ว

เสียชีวิตแล้วครับ ลุงเคิร์ท วอนเนกัต อายุ 84 ปี กำลังจะแปลบทที่สามอยู่พอดี
ในหนังสือ A Man Without a Country มีย่อหน้าหนึ่งที่ลุงเคิร์ทเขียนไว้ว่า The truth is, we know so little about life, we don’t really know what the good news is and what the bad news is…And if I die–God forbid–I would like to go to heaven and ask somebody in charge up there, “Hey, [...]

Time Out # 1: เพนกวินเอาอีกแล้ว

สำนักพิมพ์เพนกวินไม่ยอมหยุดสร้างเรื่อง(สนุกๆ)กับการออกแบบปกหนังสือคลาสสิก ล่าสุดทำหนังสือปกขาว (นั่นคือปกมีแต่สีขาวของกระดาษ กับโลโก้เพนกวินเล็กๆอยู่ที่มุมปก) ออกมาให้นักอ่านออกแบบปกได้ด้วยตัวเอง! หนังสือที่เพนกวินเลือกมาทำเท่ครั้งนี้ เป็นหนังสือคลาสสิกทั้งสิ้น อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร ของใครบ้าง เข้าไปดูได้ที่ www.penguin.co.uk/mypenguin แถมยังเปิดโอกาสให้คนส่งผลงานปกของตัวเองเข้าไป แล้วเขาจะคัดเลือกมาแสดงให้คนอื่นๆได้ดูเป็นขวัญตา
เราได้ The Picture of Dorian Gray โดย Oscar Wilde มา ปรากฏว่าปกขาวๆเกลี้ยงๆแบบนี้ก็ชอบอยู่แล้ว แถมเข้ากับเนื้อเรื่องดีอีกต่างหาก ไม่รู้จะกล้าวาดอะไรลงไปหรือเปล่า
อย่างไรก็ตาม ชอบไอเดียนี้มาก เดี๋ยวไต้ฝุ่นขโมย เอ๊ย ขอยืมมาเล่นบ้าง
ส่วนข้างล่างเป็นชุด Great Journeys ของสำนักพิมพ์นกบินไม่ได้นี่อีกเช่นกัน เป็นการคัดผลงานคลาสสิกเกี่ยวกับการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆในโลก โดยนักเขียนอมตะทั้งหลาย

ชายผู้ไร้ประเทศ บทที่ 2

(หมายเหตุ: การแปลเรื่อง A Man Without A Country ของ Kurt Vonnegut ที่นี่ เป็นการแปลเพื่อแบ่งปันกันอ่านโดยไม่ได้ขอลิขสิทธิ์และไม่มีจุดประสงค์ทางธุรกิจ ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หากสืบพบการกระทำอันไม่ควร ปราบดา หยุ่นไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น)
 
ชายผู้ไร้ประเทศ โดย เคิร์ท วอนเนกัต

2

คุณรู้ไหมว่าคนประเภท “twerp” (พวก “งี่เง่า”) เป็นอย่างไร สมัยผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนไฮสคูลชอร์ทริดจ์ (Shortridge High School) ในอินเดียนาโปลิส (Indianapolis) เมื่อ 65 ปีมาแล้ว คนประเภท “twerp” คือคนที่เอาฟันปลอมใส่ไว้ในตูดตัวเองแล้วงับเม็ดดุมออกจากเบาะหลังของรถแท็กซี่ (และคนประเภท “snarf” คือผู้ชายที่ชอบสูดดมที่นั่งจักรยานของพวกผู้หญิง)

และผมคิดว่าคนงี่เง่าคือใครก็ตามที่ยังไม่เคยได้อ่านเรื่องสั้นอเมริกันชั้นยอดเยี่ยมที่สุด ซึ่งก็คือ “Occurrence at Owl Creek Bridge,” โดยแอมบโรส เบียร์ส (Ambrose Bierce) มันไม่เกี่ยวกับการเมืองแม้แต่น้อย มันเป็นตัวอย่างไม่มีที่ติของอัจฉริยภาพแบบอเมริกัน เช่นเดียวกับเพลง “Sophisticated Lady” โดยดูค เอลลิงตัน [...]

ชายผู้ไร้ประเทศ บทที่ 1

(หมายเหตุ: การแปลเรื่อง A Man Without A Country ของ Kurt Vonnegut ที่นี่ เป็นการแปลเพื่อแบ่งปันกันอ่านโดยไม่ได้ขอลิขสิทธิ์และไม่มีจุดประสงค์ทางธุรกิจ ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หากสืบพบการกระทำอันไม่ควร ปราบดา หยุ่นไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น)
 
ชายผู้ไร้ประเทศ โดย เคิร์ท วอนเนกัต

1

ตอนเป็นเด็ก ผมเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดในครอบครัว และเด็กอายุน้อยที่สุดในครอบครัวไหนก็ตามมักจะชอบปล่อยมุกตลก เพราะการพูดตลกเป็นหนทางเดียวที่จะมีส่วนร่วมในบทสนทนาของผู้ใหญ่ พี่สาวของผมอายุมากกว่าผมห้าปี พี่ชายของผมอายุมากกว่าผมเก้าปี และพ่อกับแม่ของผมเป็นคนชอบพูดด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้น ตอนผมเป็นเด็กเล็กๆ เวลาที่เรานั่งโต๊ะอาหารด้วยกัน ผมจึงเป็นคนน่าเบื่อในสายตาคนอื่น พวกเขาไม่ได้อยากจะฟังเรื่องราวงี่เง่าไร้เดียงสาของเด็กอย่างผม พวกเขาอยากคุยเรื่องสำคัญๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมปลาย หรืออาจจะในมหาวิทยาลัย หรือในที่ทำงาน หนทางเดียวที่ผมจะย่างกรายเข้าไปในบทสนทนาได้ก็คือการพูดอะไรตลกๆ ผมคิดว่าผมคงเริ่มทำโดยอุบัติเหตุ ทำนองว่าเผลอเล่นคำอะไรออกไปสักอย่างที่ทำให้คนอื่นต้องหยุดฟัง จากนั้น ผมจึงพบว่าการปล่อยมุกตลกคือหนทางทะลุทะลวงเข้าสู่บทสนทนาของผู้ใหญ่
ผมเติบโตขึ้นในยุคสมัยที่อารมณ์ขันในประเทศนี้กำลังเยี่ยมยอด—มันคือยุคเศรษฐกิจอับปาง (The Great Depression) ตอนนั้นมีตลกระดับสุดยอดหลายต่อหลายคนในวิทยุ และโดยไม่ได้เจตนา ผมศึกษามุกตลกของพวกเขาอย่างจริงจัง ผมมักจะฟังรายการตลกอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงทุกคืนตลอดช่วงวัยเด็ก ผมสนใจมากว่ามุกตลกคืออะไรและใช้ให้ได้ผลอย่างไร
เมื่อผมทำตัวตลก ผมพยายามไม่ทำอะไรที่จะทำร้ายความรู้สึกคนอื่น ผมไม่คิดว่าสิ่งที่ผมเคยทำจะมีอะไรที่จัดอยู่ในระดับเลวทรามมากนัก ผมไม่คิดว่าผมเคยทำให้คนจำนวนมากต้องอับอายขายหน้า หรือทำให้ใครต้องวิตกกังวลหนักๆ เรื่องแรงๆอย่างเดียวที่ผมทำเป็นบางครั้งคือการใช้คำหยาบ เรื่องบางเรื่องก็ไม่ตลก ผมคิดไม่ออกว่าจะมีหนังสือหรือมุกตลกเกี่ยวกับเมืองอัชวิทซ์ [...]

Kyoto Album (Warning: No Words)