บราสิบห้าตัวยังหนาไม่พอ

ข่าวเช้านี้: ชายไทยวัย ๔๓ ปี นอนตายคว่ำหน้าบนลานดินข้างบ้าน (จังหวัดร้อยเอ็ด) ศพอยู่ในสภาพสวมใส่กระโปรงสั้นสีดำ ไม่ใส่กางเกงใน ท่อนบนสวมบราหลากสีหลายแบบ ทับกันถึง ๑๕ ตัว แพทย์วินิจฉัยว่าตายเพราะหัวใจล้มเหลว
ตามรายงานข่าว (หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก) พี่สาวของผู้ตายผู้เป็นเจ้าของบ้านเล่าว่า ผู้ตายเคยทำงานที่ร้านขายแว่นตาในกรุงเทพฯอยู่นาน เมื่อห้าปีก่อนผู้ตายบอกว่ามีภรรยาแล้ว แต่ก็ไม่เคยพาภรรยามาแนะำนำให้รู้จัก จนกระทั่งผู้ตายขอกลับมาอาศัยอยู่กับตนที่ร้อยเอ็ดเมื่อปีกลาย บอกว่าภรรยาหนีไปอยู่กับคนอื่น ผู้ตายเก็บเสื้อผ้าและชุดชั้นในของภรรยาที่ตนเป็นคนซื้อให้กลับบ้านมาด้วย
ผู้ตายใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพี่สาวแบบคนอมทุกข์ ไม่พูดไม่จากับใคร และมักดื่มกาแฟผสมยาแก้ปวดเพื่อระงับความเครียดวันละหลายแก้ว
พี่สาวของผู้ตายคิดว่าผู้ตายสวมใส่กระโปรงและบราของภรรยาก่อนตายด้วยความคิดถึง แม้ไม่ได้อยู่ใกล้ตัว ขอได้ใกล้เสื้อผ้าที่ภรรยาเคยใส่ก็ยังดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย นายแพทย์บอกว่าอาการหัวใจวายเกิดได้จากหลายสาเหตุ ต้องผ่าศพพิสูจน์จึงจะหาสาเหตุที่แท้จริง แต่การดื่มกาแฟผสมยาแก้ปวดมากๆติดต่อกันนานๆ ประกอบกับความทุกข์ เป็นไปได้ที่จะทำให้หัวใจล้มเหลว

ชายผู้ไร้ประเทศ บทที่ 7

ชายผู้ไร้ประเทศ โดย เคิร์ท วอนเนกัต


ผมมีอายุครบแปดสิบสองปีเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๐๐๔ การเป็นคนชราขนาดนี้เป็นอย่างไรน่ะหรือครับ ผมจอดรถแบบถอยขนานไม่ได้เรื่องอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นกรุณาอย่าดูเวลาที่ผมพยายามจะทำ แรงโน้มถ่วงของโลกก็เป็นมิตรน้อยลงและจัดการยากขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว

เมื่อคุณอยู่มาถึงวัยผม ถ้าคุณอยู่ได้ถึงวัยผม และถ้าคุณเคยผ่านการปฏิสนธิมาแล้ว คุณจะพบว่าคุณจะตั้งคำถามกับลูกๆของคุณ ซึ่งต่างก็อยู่ในวัยกลางคน ว่า “อะไรคือความหมายของการมีชีวิตกันแน่” ผมมีลูกเจ็ดคน สามในนั้นเป็นหลานที่กำพร้าพ่อแม่

ผมตั้งคำถามข้อใหญ่เกี่ยวกับชีวิตกับลูกชายของผมผู้ประกอบอาชีพเป็นกุมารแพทย์ นายแพทย์วอนเนกัตตอบบิดาผู้แก่ชรางอกแง่กของเขาว่า: “พ่อ พวกเราต่างมาอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือกันและกันให้ผ่านพ้นสิ่งนี้ไปได้ ไม่ว่ามันจะคืออะไรก็ตาม”

*

ไม่ว่ารัฐบาล กิจการบริษัทต่างๆ สื่อ และสถาบันศาสนา องค์กรการกุศล ของเราจะเต็มไปด้วยการฉ้อโกง ความละโมบโลภมาก และความไร้น้ำจิตน้ำใจเพียงไร เสียงดนตรีก็จะยังคงไพเราะงดงามเสมอ

หากผมต้องตาย ขอให้ข้อความต่อไปนี้จารึกอยู่บนหลุมศพของผม:
ข้อพิสูจน์เดียวที่เขาต้องการ
สำหรับการมีตัวตนอยู่จริงของพระเจ้า
คือเสียงดนตรี

ในช่วงเวลาแห่งสงครามเวียดนามที่งี่เง่าบรมของเรา ดนตรีก็ยังมีการพัฒนาดีขึ้นและดีขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆ ต้องบอกไว้ว่าเราแพ้สงครามในครั้งนั้น ภูมิภาคอินโดจีนไม่สามารถกลับคืนสู่ความสงบจนกระทั่งพวกเขาขับไล่เราออกมาได้

สงครามครั้งนั้นทำให้เศรษฐีร้อยล้านกลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน สงครามที่เรากำลังทำอยู่ทุกวันนี้ช่วยให้มหาเศรษฐีพันล้านกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีล้านล้าน นั่นสิที่ผมเรียกว่าการพัฒนา

แล้วเหตุใดหนอ ผู้คนในประเทศที่เราเข้าไปรุกรานจึงไม่สามารถต่อสู้กับเราแบบสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ในเครื่องแบบ รถถัง และเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ

กลับมาเรื่องดนตรี ดนตรีทำให้เกือบทุกคนรักการมีชีวิตมากขึ้น แม้แต่วงดนตรีของทหารก็ทำให้ผมสดชื่นขึ้นมาได้ทุกที [...]

A Big Nothing

ตั้งแต่เข้าโรงเรียนประจำ การดูทีวีอย่างเป็นกิจวัตรก็หายไปจากชีวิต หลังจากนั้น ไม่ว่าอะไรในทีวีจะโด่งดัง ก็ไม่เคยได้ติดตาม ไม่ได้มีความรู้สึกร่วมกับใครเขา ยิ่งละครหรือซีรีส์ยอดนิยมต่างๆ ยิ่งไม่เคยพยายามจะดู เพราะระบบของชีวิตมีลักษณะฟรีฟอร์ม คือไม่แน่ไม่นอนว่าตอนไหนจะทำอะไร อยู่ดีๆก็อาจจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแล้ววางไม่ลง บางวันก็ต้องทำงานทั้งวัน บางเย็นก็อยากออกไปเดินเล่น จึงเป็นไปได้ยากที่จะมีรายการทีวีที่ต้องติดตามแบบ “ไม่พลาด”
ทีวีซีรีส์เรื่อง “The Sopranos” เริ่มออกอากาศตั้งแต่ปี 1999 และเพิ่งอวสานเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ เคยได้ยินคนพูดถึงอยู่บ้าง แต่ไม่เคยได้ดู และไม่เคยคิดจะดู จนกระทั่งได้อ่านข่าวฮือฮาเกี่ยวกับ “ตอนอวสาน” ที่ช็อกแฟนๆถึงขั้นทำให้มีทั้งคนด่าและมีทั้งคนยกย่องให้ “The Sopranos” เป็นซีรีส์ที่ดีที่สุดเท่าที่ทีวีของอเมริกาเคยผลิต
ตอนอวสานของ “The Sopranos” ขณะที่แฟนๆตั้งตารอการ “คลี่คลาย” ของพล็อตที่พวกเขาติดตามมาถึงเก้าปีเต็ม อยู่ๆจอทีวีก็กลายเป็นสีดำ หลายคนคิดว่าสัญญาณการถ่ายทอดขัดข้อง บ้างถึงกับต้องลุกไปทุบจอทีวี แต่ทว่านั่นคือ “จุดจบ” ของซีรีส์เรื่องนี้จริงๆ ตามความตั้งใจของผู้สร้างทุกประการ เป็นไปได้ว่ามันคือการจบของทีวีซีรีส์ที่เป็นแนว “ทดลอง” มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่งผลให้มีทั้งคนสะใจ มีทั้งคนคาใจ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือมันเป็นตอนจบของทีวีซีรีส์ที่มีคนพูดถึงมากและน่าจะมีการบันทึกไว้เป็นความทรงจำพิเศษชิ้นหนึ่งของอเมริกันทีวี
ทำให้คนไม่เคยดู รีบไปหาดีวีดี “The Sopranos” มาดูย้อนหลังตั้งแต่ตอนแรก
ในแง่ของเนื้อหา “The Sopranos” เป็นเรื่องเกี่ยวกับแก๊งมาเฟียในนิว เจอร์ซีย์ [...]